2007/Jun/14

หายหน้าไปชาติครึ่ง เพิ่งจะโผล่หน้ามาทำอะไรกับบลอกซะที ==" วันนี้โคลเวอร์โรคจิตกลับมาแล้วจ้า

ก่อนอื่นขอเม้าท์เล็กๆ น้อยๆ ซักหน่อย (ใครไม่อยากอ่านเรื่องไร้สาระข้ามย่อหน้านี้ไปเลยนะ) โรงเรียนเปิดเทอมมาได้เกือบเดือนแล้ว อยู่ม.6 สัปดาห์แรกนรกแตกมาก ข้าพเจ้าโดดเรียนไปตั้งเยอะ (โดดไปแต่งเรื่องสั้นด้วยวี้ฮิ้ว) แต่ตอนนี้ชิวๆ แล้ว (เบื่ออออ จนชิวไปเอง) ที่ไม่ชิวก็คงเป็นวิชาอังกฤษ ที่ควรจะใช้พักผ่อนวาดรูปเล่นหรือใจลอยเรื่อยเปื่อย (ต้องยอมรับว่าโรงเรียนมัธยมของไทยสอนอังกฤษได้น่าเบื่อ ถ้าไม่ใช่วิชาเลือกก็ไม่ได้เรียนอะไรเจ๋งๆ อย่างโพหรือไวลด์หรอก อยากได้ความรู้เรื่องวรรณคดีที่จะแสดงว่าคนไทยศิวิไลซ์และรู้จักอ่านหรือคะ ไปหาเอาเองค่ะ แถมแกรมมาร์ก็วนไปวนมาอยู่นั่นแหละ) กลับต้องนั่งตั้งใจฟังทุกเม็ด ด้วยว่าข้าพเจ้าทะลึ่งไปทำคะแนนเต็มในข้อสอบครั้งแรก (ในระดับสามร้อยคนมีเต็มสองสามคนมั้ง) พอชั่วโมงหลังๆ มานี้ แทบทุกคาบอาจารย์จะต้องเรียก "ทีมชาติ" (==") เพื่อตอบปัญหาอย่าง "มีวิธีจำตรงนี้ยังไง" ซึ่งคำตอบส่วนใหญ่คือ "ใช้บ่อยๆ ก็จำได้เองค่ะ" ครั้งแรกที่ถูกถามนี่ กำลังฝันหวานถึงเซธกะเฟลิกซ์ คู่พระคู่นางในเรื่องวายที่เราแต่งอยู่เลย (ดีนะไม่เผลอเผยธาตุแท้ตอบไปว่า "His lips were scented with feverish desire." เหอๆ กะลังรั่วเลยเรา)

เอาล่ะ เข้าเรื่องแล้วกันนะ วันนี้ขอเสนอ Sonnet อันซอนเน็ตนี้ทีแรกเป็นฉันทลักษณ์ของอิตาเลียน ชื่อนี้แปลว่าเพลงบทน้อย มันเข้ามาในภาษาอังกฤษช่วงต้นศตวรรษที่ 16 แล้วในฉันทลักษณ์นี้ก็มีแบบต่างๆ อยู่หลายแบบเหมือนกัน (แต่ละแบบจะต่างกันที่ตำแหน่งสัมผัส) เนื้อหาของกลอนจะหวานๆ หน่อย แต่นี่ไม่ใช่กฎ จำได้ตอนที่บอกพี่ดอนนา (คนที่เก่งกลอนมากๆ อ่ะ) ว่าจะแต่งซอนเน็ต เค้าว่า "จะแต่งก็แต่งไป แต่อย่าทิ้งสไตล์ตัวเองแล้วแต่งเป็นเรื่องดอกไม้กะผีเสื้อแค่เพราะมันเป็นซอนเน็ตนะ"

ซอนเน็ตเป็นฉันทลักษณ์ที่นิยมกันมากไม่รู้ทำไม ในเว็บที่เราไปสูบข้อมูลเกี่ยวกับบทกวีเค้าก็บอกว่ากวีแทบทุกคนผ่านซอนเน็ตมาแล้ว โดยเฉพาะนายบิล (เราเรียกเชคสเปียร์ว่าอย่างงี้ เพราะบิลเป็นชื่อเล่นของคนชื่อวิลเลียม) พี่แกบ้าแต่งซอนเน็ตมากกกก แต่งไม่รู้กี่บท จนมีประเภทซอนเน็ตเป็นของตัวเอง ซึ่งในวันนี้เราก็จะมาดูซอนเน็ตแบบนายบิลกัน

อย่างแรก ซอนเน็ตบทนึงมี 14 บรรทัด (ยาวเน้อ)คล้องจองกันที่ท้ายบรรทัดแบบนี้ (เราเอาตัวอย่างกลอนคุณบิลมาลงนะ กลอนนี้วายหน่อย อย่ามาโทษเรา ไปโทษคุณบิลโน่น)

Sonnet 20 - William Shakespeare

A woman's face with nature's own hand painted, (a)
Hast thou, the master mistress of my passion; (b)
A woman's gentle heart, but not acquainted (a)
With shifting change, as is false women's fashion: (b)

An eye more bright than theirs, less false in rolling, (c)
Gilding the object whereupon it gazeth; (d)
A man in hue all hues in his controlling, (c)
Which steals men's eyes and women's souls amazeth. (d)

And for a woman wert thou first created; (e)
Till Nature, as she wrought thee, fell a-doting, (f)
And by addition me of thee defeated, (e)
By adding one thing to my purpose nothing. (f)

But since she prick'd thee out for women's pleasure, (g)
Mine be thy love and thy love's use their treasure. (g)

(กลอนบทนี้เราอ่านตอนแรกก็ยังงงๆ สรุปคือเชคสเปียร์บอกว่าผู้ชายคนที่เค้ารักนี้ตอนแรกเทพีแห่งธรรมชาติจะสร้างให้เป็นผู้หญิง แต่ดันหลงรักซะก่อนเลยให้เป็นผู้ชาย วายมั้ยล่ะนั่น มี a woman's face ด้วย บิโชเน็นชัดๆ)

แล้วกลอนฝรั่งถ้ายังจำได้จะมีสิ่งที่เรียกว่า metre ซึ่งกำหนด stress ในซอนเน็ตเรามักจะใช้แบบ iambic pentametre ซึ่งบรรทัดนึงจะมี 10 พยางค์ ลงเสียงหนักพยางค์คู่ แบบนี้: 0101010101 ตอนแรกๆ อาจไม่ชิน แต่พอแต่งไปแล้วจะไม่อยากแหกกฎข้อนี้เลย เพราะมันทำให้กลอนเราเพราะมาก

นี่ซอนเน็ตเราเอง (metre ประหลาดๆ อยู่สองสามบรรทัดช่างมันเถอะน้า~) Special thanks to Donna, as usual. เปิดเทอมไม่ได้คุยเอ็มกะเค้าเกือบเดือนแล้วคิดถึงงงงงง T^T

Different

You walk in wondrous worlds of angelic white
I dwell in dark decay of a devil's dream
You paint your world with rainbows reaching skies
I paint my past and present with a scream.

We partake the path which leads into our play,
The sun becomes your guide, the moon becomes mine
For gods to lead our journey do we pray
We walk the same long road in a different time

We are the same despite of what appears
Look deep through masks of courage into nights
You'll see our colours both conceal the fear
As fading laughter buries frozen cries

Come take my hand. Ill lead you in assurance,
For I shall be your guard through our performance.


ไปท่องยุทธภพก่อนน้า บ้ายบายทุกคน

ปล. ทำไมตัวอักษรมันมโหฬารงี้ครับพี่น้อง!!!!! ปรับก็ไม่ได้ -*-

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
กลับมาติดตามความรู้ดูต่อไป
วิกกี้ไม่ได้มาอัพตั้งนานแหน่ะ เหอๆๆ
มาพร้อมเรื่องเล่าเลย
อืม เราเห็นด้วยนะว่าเมืองไทยสอนภาษาอังกฤษน่าเบื่อมาก
แต่ถ้าถามเรา เราก็ไม่ใช่นักอ่านตัวยงแบบวิกกี้อ่ะดิ = =" เพราะฉะนั้นคงพูดมากไม่ได้
ทุกวันนี้ก็ไม่ได้ตั้งใจเรียนหรอก ภาษาอังกฤษอ่ะ
ความจริงอยากสารภาพนะว่าเราเบื่อเวลาเรียน reading อ่ะ 55555 เพราะเรารู้สึกว่าเวลาอ่านของแบบนี้มันต้องมาจากการอ่านบ่อยๆ เป็นความชอบในภาษาที่มีอยู่ตัวนักเรียน ไม่ใช่มานั่งเปิดตำรา แล้วบอกว่า ข้อความนี้ main idea คืออันนี้ๆ ประโยคนี้หมายถึงอะไร คำๆนี้ถ้าไม่รู้ความหมาย ดูจากบริบทโดยรอบแล้วจะหมายความว่ายังไง
เราเบื่อนะ... แต่เราก็สงสารครู
เค้ามาสอนอ่ะ เราไม่อยากเถียงหรือส่งเสียงดัง
เราเลยเอาวิชาอื่นมาอ่าน 555555555 บาปมั้ยเนี่ย T ////// T
#2  by  Lunaria ♥ Jui-lism At 2007-06-15 19:55, 

<< Home


Clover Krismayan
View full profile