2007/Aug/16

วันนี้เรานั่งเล่นดีเวี่ยนอาร์ตอยู่ อยู่ๆ เพื่อนเราก็ส่งข้อความเอ็มตึ๊งมาทีนึง ถามเราเกี่ยวกับการแต่งกลอน เราเลยได้ฤกษ์แต่งกลอนอีกแล้ว ไชโย จริงๆแล้ว เราคุยกันยาวเลยเรื่องเทคนิค ซึ่งเป็นเทคนิคที่เราไม่ค่อยได้ใช้ด้วย ถึงมันจะเจ๋งมากๆ ก็ตาม เราเลยขอเอาบทสนทนา (แบบย่อแล้ว) มาลงละกัน

เมย์: ทำไงถึงแต่งกลอนเป็น (ถามโง่ๆอีกแล้ว)
โคล: เห ถามไม่โง่หรอก แต่ถามแปลก แต่ยินดีอธิบายๆ
เมย์: จ้าาา
โคล: ถามได้ป่ะว่าทำไมอยู่ดีๆ ถึงอยากรู้
เมย์: เพราะ... มันอยู่ว่างๆ บางครั้งมันก็ขีดๆเขียนๆออกมาอะ เหมือนจะพอไปได้ แต่ก็ต้องหยุดกลางคันเพราะไม่รู้จะเขียนไรต่อ (พูดง่ายๆคือ ไม่ได้ฟังที่อาจารย์พูดเพราะคิดอะไรเรื่อยเปื่อย 55) เลยอยากจะเขียนให้มันเป็นเรื่องเป็นราวกะเค้ามั่ง
โคล: อ่ออออ Writer's block สินะ ปัญหาปกติๆ
เมย์: อ่อ ห่ะๆ
โคล: อย่างแรกเลย เรามาดูกันดีกว่าว่าเวลาเมย์เขียนกลอน เมย์ใช้วิธีไหน ระหว่าง 1.) คิดร่างแนวคิดไว้ในหัว มี theme ชัดเจน แล้วก็ค่อยสรรคำมาใส่ในกลอน 2.) เขียนออกมาโดยไม่มีแผนอะไรก่อน จิตใต้สำนึกสั่งยังไงก็เขียนออกมา 3.) เขียนโดยดูตาม form ของกลอน เช่น ถ้าเป็นไฮกุก็จะเรียบง่าย พูดถึงธรรมชาติ ถ้าเป็นบัลลาดก็จะใช้ภาษาง่ายๆ แบบเล่านิทาน ถ้าเป็นซอนเน็ตภาษาก็จะซับซ้อนอีกหน่อย
เมย์: 2 จ่ะ
โคล: โอเค วิธีนี้อ่ะ เป็นวิธีที่น่าตื่นเต้นนะเวลาเขียนกลอนอ่ะ เราเขียนไม่ค่อยจะได้แบบนั้น ส่วนใหญ่เราเขียนวิธี 1 แต่วิธีที่ 2 น่ะ เจ๋งมาก เราเคยลองดูอ่ะ
เมย์: ห่ะๆ เขียนไปก็ตันอะเรา
โคล: รู้มั้ยทำไมถึงตัน
เมย์: เพราะเราคิดไม่ออก
โคล: เพราะเริ่มใช้สมอง หมายถึง เริ่มใช้ความคิดหลักการเข้ามาจับ ถ้าเรื่องหลักการ เรื่องการวางแผน จะขาดไม่ได้เลยในวิธีที่ 1 แต่ถ้าเป็นวิธีที่ 2 มันจะพังทุกอย่าง เพราะฉะนั้น เวลาเขียนไปแล้วรู้สึกว่ามันตัน อาจเป็นได้ว่า 1.)กลอนมันควรจะจบที่ตรงนั้น 2.)เริ่มมีสติ มีเหตุมีผล อารมณ์เลยไม่ต่อเนื่อง ถ้าเป็นสาเหตุแรก ก็ให้จบตรงนั้นแล้ว revise เลย
เมย์: อืม แล้ว 2 ล่ะ?
โคล: ถ้าเป็นข้อสอง ก็ให้บิ้วอารมณ์ขึ้นมาใหม่ อย่าไปคิดว่ามันไม่เข้าท่า อ่านซ้ำอีกรอบ ได้อารมณ์แบบไหน จับมันออกมาแล้วก็นึกภาพในหัว
เมย์: อืมม
โคล: จริงๆ ตอนแรกเขียนอะไรก็เขียนมาเหอะ เอาแบบง่ายๆ ก็ได้ เอาศัพท์ที่ผุดๆ ขึ้นมาก็ได้ แล้วมา revise ทีหลัง
เมย์: อืมม
โคล: สมมตินะ ตอนนี้เบื่อเหลือเกิน อาจารย์สอนอะไรฟะ ยากชิบ มันก็จะแบบสับสน งง ความสับสนในหัว เขียนออกมาได้แบบไหนล่ะ แบบง่ายๆ เลยนะ
เมย์: mmhmm
โคล: เราลองดู สดๆ เหมือนกัน เวลาสับสน ในหัวมันจะหมุนไปหมด เหมือนสีสันที่สับสน Swirling colours inside of my head, dances of confusion ได้แระ แน่นอนมันยังไม่สวย ศัพท์ก็ยังง่ายๆ อยู่แต่มันก็เริ่มเป็นกลอน
เมย์: อื้มม
โคล: เสร็จแล้วก็แต่งต่อเลย แสงสีหมุนติ้วเป็นอะไรต่อได้บ้าง ไม่ต้องหาอะไรไปบล๊อกจินตนาการนะ
เมย์: อื้ม
โคล: เราเขียนต่อ... Swirling colours inside of my head, dances of confusion, form madness within my spirit. Wings of passionate rainbow bring me dreams, yet I am encased in this labyrinth of eternal nothingness
เมย์: แจ่มอะ
โคล: labyrinth of eternal nothingness ก็คือความน่าเบื่อไร้แก่นสารของการศึกษา
เมย์: 5555 true!
โคล: ใช่มะ เราสามารถเอาเรื่องรอบตัวมาเปรียบกับอะไรก็ได้ ศัพท์เท่ๆ เค้าเรียก Metaphor ศัทพ์ที่อาจารย์ภาษาไทยชอบ เค้าเรียก อุปลักษณ์
เมย์: อ่า
โคล: นี่แหละ แล้วเราก็เขียนต่อ ตอนนี้อารมณ์เราถึงไหนแล้ว ถึงความเบื่อที่ต้องติดแหงกอยู่ใน labyrinth ทั้งๆ ที่มีปีกที่อยากจะโบยบิน เมย์ลองเขียนต่อมั่ง ง่ายๆ ก็ได้ ไม่ต้องซีเรียสเอาแบบ คิดอะไรออกก็ใส่ออกมา ไม่ต้องคล้องจองก็ได้เป็นกลอนเปล่า
เมย์: [หลังจากเงียบไปซักพัก] อืม คิดไม่ออกจริงๆ
โคล: ใจเย็นๆ นึกภาพตอนเธอนั่งอยู่ในห้องเรียน อึดอัด เบื่อ อยากออกไปข้างนอก อยากเล่นคอม อยากถ่ายรูปแต่ก็ทำไม่ได้ เธอรู้สึกอะไร เห็นภาพแบบไหน เห็นภาพ = imagery ไม่ใช่แค่ภาพนะ เสียงก็ได้ ประสาทสัมผัสอื่นๆ ได้หมด
เมย์: อยากจะวิ่งออกไปข้างนอก
โคล: อื้อ นั่นแหละ อยากวิ่ง ลองเขียนด้วยภาษาสวยๆ ดู ยังไม่ต้องสวยขนาดนั้นก็ได้
เมย์: เอ่อ คิดไม่ออกอยู่ดี ไม่มีเสียงอาจารย์ -*-
โคล: นี่แหละปัญหา เวลาเรานั่งเขียนอะไรจริงๆ เช่นเรื่องสั้น นิยาย บางครั้งมันก็ต้องบิ้วอารมณ์เอง เพราะงั้น ลองหลับตา นึกภาพดู อย่านึกแต่ภาพ นึกถึงเสียง อากาศ สัมผัสของโต๊ะเรียนด้วย
[ผ่านไปซักพัก]
โคล: ได้ยัง เห็นภาพยัง รู้สึกยัง
เมย์: ศัพท์ธรรมดาที่สุดในโลกเลย
trapped here are just some parts
but my mind are flying and also my heart
โคล: ได้ๆๆๆๆๆ ธรรมดาก็ธรรมดาเหอะ เพราะมัน revise ได้
เมย์: อ่าา (สารภาพตรงๆว่า vocab ไม่เก่งเลย)
โคล: ไม่เป็นไรหรอกเรื่อง vocab ไม่งั้นเค้าจะมี thesaurus ไว้ทำไมอ่ะ
เมย์: ??
โคล: thesaurus มันคือดิคชันนารีรวมคำความหมายเหมือน ในเน็ตมีถมไป http://www.dictionary.com เราใช้ของอันนี้ ตรง tab ข้างบนมันจะมีเขียนว่า thesaurus เห็นมั้ย นั่นแหละ ใช้ตรงนั้นให้เป็นประโยชน์ ว่าแต่ตอนนี้กลอนเราไปถึงไหนแล้ว
Swirling colours inside of my head, dances of confusion,
form madness within my spirit.
Wings of passionate rainbow bring me dreams,
yet I am encased in this labyrinth of eternal nothingness.
Trapped here are just some parts,
but my mind are flying and also my heart.
เอาล่ะ เรามาลองอ่านดูก่อน รู้สึกว่ากลอนมันจบยัง
เมย์: ยัง
โคล: ยังก็แต่งต่อ มันขาดบทสรุปใช่มั้ย เราว่า การสรุปที่ดี ควรมีความขัดแย้งนิดๆ จะได้สร้างความประทับใจ เหมือนเรื่องสั้นที่ต้องเก็บไปคิด แต่นี่ก็แล้วแต่คนด้วย
เมย์: คิดว่า จบแบบแต่ยังไงกูก็ติดอยู่นี่หง่ะ -*- อารมณ์ประมาณนั้น 555
โคล: อึ้ม เธออยากทำอะไร อยากวิ่ง? อยากกรี๊ด? แต่ก็ทำไม่ได้ใช่มั้ย นั่นแหละ เขียนออกมา ลองดูๆ
[เวลาผ่านไปสิบนาที]
เมย์: touched the sky, closed my eyes and let the imagination shown
sudden felt the rush, the confusion, the wind
and free fall with the broken wings

โคล: เฮ้ย เจ๋งว่ะ
เมย์: about to hit but woke and saw her grin คิดไม่ออก
โคล: ไม่เป็นไรๆ จริงๆ ตอนนี้ก็จบได้แล้ว
เมย์: 555 ฮาตอนท้าย นึกถึงหน้าเพื่อนตัวเอง
โคล: 5555 เรามา revise เลยดีก่า ก่อนเข้าขั้นตอนนี้ แนะนำให้พักซักสองสามนาที เพื่อให้อารมณ์กลับเข้าสภาพปกติ
เมย์: 555 โอเคๆ

เอาละ ตอนนี้ยาวแล้ว revise เจอกันฉบับหน้าจะลงให้ต่อเดี๋ยวนี้ล่ะ ไปพักกันสองสามนาทีแล้วคลิกดูต่อได้เลย

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home


Clover Krismayan
View full profile